วันอังคารที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2553

แนวคิดการจัดเก็บภาษีสิ่งแวดล้อมของกรมสรรพสามิตในบทบาทส่งเสริมสิ่งแวดล้อม

ภาวะโลกร้อนเป็นเรื่องที่ทุกคนทั่วโลกและคนไทยให้ความสนใจ เนื่องจากปรากฏการณ์ความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศของโลกรวมทั้งของประเทศไทยได้ด้วย ซึ่งผู้นำในหลายประเทศได้เริ่มที่จะร่วมมือกันในการป้องกันการทำลายสภาพแวดล้อมและภาวะโลกร้อน เพื่อที่จะหยุดกระบวนการที่เป็นเหตุแห่งการเกิดความหายนะมาสู่มวลมนุษยชาติ วันนี้คนไทยพร้อมที่จะเข้ามารับผิดชอบต่อปัญหาสิ่งแวดล้อมของโลกหรือยัง สำหรับเหตุเกิดของประเทศไทยคือทั้งในภาคครัวเรือน ภาคโรงงานอุตสาหกรรมและสถานประกอบการอื่น ๆ ได้ปล่อยน้ำเสีย อากาศเสีย หรือขยะในครัวเรือน ขยะอุตสาหกรรม ออกมาทำลายคุณภาพสิ่งแวดล้อมให้เลวลงทุกวัน ถ้ามองถึงการบำบัดก็ยังไม่มี หรือมีบ้างเล็กน้อย จึงทำให้คุณภาพสิ่งแวดล้อมนับวันจะเสื่อมเลวลงไปเรื่อย ๆ เกิดน้ำเน่าเสียในแม่น้ำลำคลอง อากาศในเมืองหลวงหรือเมืองอุตสาหกรรม เกิดอากาศเป็นพิษ ขยะล้นเมือง ประเทศไทยหรือคนไทย เริ่มมีจิตสำนึกกับปัญหานี้หรือยัง จะมีการรณรงค์ป้องกันการทำลายสภาพแวดล้อมหรือยังคนไทยรับรู้และยอมรับปัญหามลพิษมานานแล้ว รู้ว่ามีปัญหาทำลายสิ่งแวดล้อมจากภาคครัวเรือน ภาคโรงงานอุตสาหกรรมและสถานประกอบการ แต่พวกเราจะมีส่วนในการพิทักษ์รักษาสิ่งแวดล้อมกันหรือยัง หรือจะรับผิดชอบในฐานะผู้ก่อมลพิษได้อย่างไร สมมุติว่าถ้าจะมีหน่วยงานใดจะออกมารับผิดชอบ โดยออกกฏหมายจัดการเกี่ยวกับปัญหาสิ่งแวดล้อมและมลพิษหรือมีมาตรการต่างๆมาใช้ป้องกันและบังคับการจัดเก็บภาษี เพื่อนำรายได้ไปบริหารจัดการให้มลพิษลดลง หรือส่งเสริมสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้น พวกเราจะร่วมมือกันป้องกันปัญหาด้านมลพิษทางน้ำ ด้านมลพิษทางอากาศ หรือด้านมลพิษขยะจากภาชนะบรรจุภัณฑ์และอิเล็กทรอนิกส์หรือไม่

กระผมทำงานที่กรมสรรพสามิต ซึ่งกรมสรรพสามิตมีวิสัยทัศน์ คือ เป็นองค์กรที่จัดเก็บภาษี เพื่อส่งเสริมเสถียรภาพทางการคลัง พัฒนาและรักษาสิ่งแวดล้อม และวิสัยทัศน์ด้านการจัดการองค์ความรู้ ว่า เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้สู่ความเป็นเลิศ เพื่อพัฒนานวัตกรรม การจัดเก็บภาษี สร้างคุณค่าสู่สังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ภายในระยะเวลา 5 ปี ดังนั้น กระผมจึงขอมีส่วนร่วมและขอนำเสนอแนวความคิดการจัดเก็บภาษีสิ่งแวดล้อม ในส่วนหน้าที่ความรับผิดชอบ โดยนำเสนอใช้นวัตกรรม ด้านเทคโนโลยี ที่เรียกว่า ระบบมาตรวัดเบียร์ออนไลน์มาใช้ในการจัดเก็บภาษีด้านสิ่งแวดล้อมในอัตราภาษีตามรัฐบาลกำหนด และเงินภาษีที่ได้จากตัวเลขของมาตรวัดแสดง ก็สามารถจะนำไปใช้เพื่อส่งเสริมให้เกิดการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมได้ โดยอาจเสนอให้มีการปรับปรุงกฎหมาย และกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการที่เหมาะสมมาใช้งาน เช่น ถ้าผู้ประกอบการรายใดมีกิจกรรมรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม ที่สามารถเห็นเป็นรูปธรรม มีเอกสารหลักฐานแสดงชัดเจน ภาครัฐควรจะมีมาตรการตอบแทนทั้งการชดเชยภาษี หรืองดเว้นการส่งเงินเข้ากองทุน และประกาศผลรางวัลผู้ประกอบการดีเด่นด้านอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม แต่ถ้าผู้ประกอบการใด ไม่รักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม หรือทำให้เกิดผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมหรือชุมชน ภาครัฐควรมีมาตรการจัดเก็บภาษีในอัตรที่สูง ไม่ลดหย่อนภาษี หรือไม่ให้เงินอุดหนุนหรือเงินช่วยเหลือกิจการใดๆทั้งสิ้น หรืออาจจะต้องมีมาตรการลงโทษที่รุนแรง หรืออาจจะถึงขั้นปิดโรงงานก็ได้

1 ความคิดเห็น: